พระสุมนพุทธเจ้า

ฉายา: ผู้เป็นธีรบุรุษผู้มีพระหฤหัยงาม

ความสูง: ๙๐ ศอก

รัศมี: แผ่ซ่านออกไปในหมื่นโลกธาตุ

บำเพ็ญบารมี: ๑๖ อสงไขยแสนกัป

วรรณะ: กษัตริย์

พุทธบิดา: สุทัตตะ 

พุทธมารดา: สิริมาเทวี

พระนคร: เขมลนคร

ใช้ชีวิตฆราวาส: ๙,๐๐๐ ปี

มเหสี: วฏังสกี

บุตร: อนูปโม

ยานพาหานะที่ใช้ออกบวช: ทรงประทับบนหลังช้างออกบวช

ระยะเวลาการทำความเพียร: ๑๐ เดือน จึงตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า

ต้นไม้ตรัสรู้: ที่ควงไม้กากะทิง

อายุขัย: ๙๐,๐๐๐ ปีจึงปรินิพพาน ณ อังคาราม

 

. พระสุมนพุทธเจ้า

สุมนพุทธวงศ์ที่ ๔

ว่าด้วยพระประวัติพระสุมนพุทธเจ้า

 

ในสมัยต่อมาจากพระพุทธมงคล มีพระพุทธเจ้าพระนามว่าสุมนะ ไม่มีใครเสมอเหมือนโดยธรรมทั้งปวง อุดมกว่าสรรพสัตว์ ครั้งนั้นพระศาสดาทรงตีกลองอมฤตเภรีในเมขลบุรี พระศาสนาของพระองค์มีองค์ ๙ ประกอบด้วยธรรมอันขาว พระศาสดาพระองค์นั้น ทรงชำระกิเลสแล้ว ทรงบรรลุสัมโพธิญาณอันอุดม ทรงสร้างนครคือ พระสัทธรรม เป็นเมืองประเสริฐสุด ทรงสร้างถนนใหญ่คือ สติปัฏฐานอันเลิศล้ำ ไม่มีอะไรคั่น ไม่คด เป็นถนนตรงไพบูลย์ กว้างขวาง ทรงลาดสามัญผล ๕ ปฏิสัมภิทา ๔ อภิญญา  ๖ และสมาบัติ ๘ ไว้บนถนนนั้น ชนเหล่าใดเป็นผู้ไม่ประมาท ประกอบด้วยหิริและความเพียร ชนเหล่านั้นทั้งหมด ย่อมถือเอาคุณอันประเสริฐนี้ได้ตามสบาย พระศาสดาทรงรื้อขนมหาชนขึ้นด้วยโยคธรรมนั้นอย่างนี้ ทรงยังเทวดาและมนุษย์แสนโกฏิให้ตรัสรู้ในครั้งแรก ในกาลเป็นที่ทรงแสดงธรรมครั้งที่ ๒ ที่พระมหาวีรเจ้าตรัสสอนหมู่เดียรถีย์ เทวดาและมนุษย์แสนโกฏิได้ตรัสรู้ธรรมในกาลเมื่อเทวดาและมนุษย์ผู้พร้อมเพรียงกัน ร่วมใจกันมาทูลถามปัญหานิโรธ อันเป็นความสงสัยแห่งใจ ในการทรงแสดงธรรม  เครื่องแสดงนิโรธแม้ครั้งนั้น ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๓ ได้มีแก่เทวดาและมนุษย์เก้าหมื่นโกฏิ พระสุมนบรม

ศาสดาทรงมีการประชุม  พระสาวกขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน มีจิตสงบคงที่ ๓ ครั้ง เมื่อพระผู้มีพระภาคทรงจำพรรษาแล้ว ในวันสังฆปวารณา พระตถาคตทรงปวารณาพร้อมด้วยพระสาวกแสนโกฏิ ต่อแต่นั้นในการประชุมที่ภูเขาทองอันสุกอร่ามพระสาวกมาประชุมกันครั้งที่ ๒ เก้าหมื่นโกฏิ ในกาลเมื่อท้าวสักกเทวราชเสด็จเข้าเฝ้า เพื่อทรงเยี่ยมพระพุทธเจ้า พระสาวกมาประชุมกันครั้งที่ ๓ แปดหมื่นโกฏิ สมัยนั้นเราเป็นพญานาคราชมีฤทธิ์มาก มีนามชื่อว่าอตุละ เป็นผู้ก่อสร้างกุศลเจริญขึ้น ครั้งนั้น เราพร้อมด้วยหมู่ญาติออกจากนาคพิภพ เอาดนตรีทิพย์ไปบรรเลงบูชาพระพิชิตมารพร้อมด้วยพระสงฆ์ ถวายข้าวน้ำให้พระสงฆ์สาวกแสนโกฏิ ฉันจนเพียงพอ แล้วถวายผ้าเฉพาะรูปละคู่ ได้เข้าถึงพระพิชิตมารกับทั้งพระสงฆ์นั้นเป็นสรณะ แม้พระสุมนพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลกพระองค์นั้น ก็ทรงพยากรณ์เราว่านี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก  ข้ามแม่น้ำใหญ่

 

ฉะนั้น เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์แม้นั้นแล้ว ยังจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง เราอธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมีให้ยิ่งขึ้น พระมหากษัตริย์พระนามว่าสุทัตตะ เป็นพระชนกของพระสุมนบรมศาสดา พระชนนีพระนามว่าสิริมา พระองค์ทรงครอบครองอคารสถานอยู่เก้าพันปี ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ ปราสาท ชื่อว่าจันทะ สุจันทะและวฏังสะ มีพระสนมนารีกำนัลในหกล้านสามแสนนางล้วนประดับประดาสวยงาม พระมเหสีพระนามว่าวฏังสกี พระราชโอรสพระนามว่าอนูปโม พระพิชิตมารทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ  จึงเสด็จออกผนวชด้วยพระยาคชสารยานพระที่นั่งต้น   ทรงบำเพ็ญเพียร  ๑๐  เดือนเต็ม   พระมหาวีรสุมนเจ้าผู้เป็นนายกของโลก อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว   ทรงประกาศพระธรรมจักร ณ เมขลนคร อันเป็นเมืองประเสริฐสุด  พระองค์ทรงมีพระสรณเถระ และพระภาวิตัตตเถระเป็นพระอัครสาวก   ทรงมีพระเถระนามว่าอุเทนเป็นพระพุทธอุปัฏฐาก พระโสณาเถรีและพระอุปโสณาเถรีเป็นพระอัครสาวิกา  แม้พระพุทธเจ้าผู้ไม่มีใครเสมอเหมือนพระองค์นั้นก็ได้ตรัสรู้ที่ควงไม้กากะทิง วรุณอุบาสกและสรณอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐากจาลาอุบาสิกาและอุปจาลาอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น พระองค์สูง ๙๐ ศอก มีพระรัศมีเปล่งปลั่งดังทองคำล้ำค่า ส่องสว่างจ้าไปในหมื่นโลกธาตุ ขณะนั้น มนุษย์มีอายุเก้าหมื่นปี พระองค์ดำรงพระชนมายุอยู่เท่านั้น ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นวัฏสงสารได้มากมาย พระสัมพุทธเจ้าทรงช่วยคนที่ควรข้ามให้ข้าม ทรงช่วยคนที่ควรตรัสรู้ให้ตรัสรู้ แล้วเสด็จปรินิพพานเหมือนพระจันทร์ดับ พระขีณาสพเหล่านั้น และพระพุทธเจ้าผู้ไม่มีใครเปรียบพระองค์นั้น แสดงรัศมีอันไม่มีอะไรเสมอเหมือนแล้วนิพพาน ญาณและรัตนตรัยอันไม่มีอะไรเทียบเคียงเหล่านั้นหายไปหมดสิ้น สังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ พระสุมนพุทธเจ้าผู้ทรงยศ เสด็จนิพพาน ณ อังคาราม พระสถูปของพระองค์สูง ๔ โยชน์ ประดิษฐานอยู่ ณ อังคารามนั้นแล.

จบสุมนพุทธวงศ์ที่ ๔


ที่มา: พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๓ (ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ พุทธวงศ์-จริยาปิฎก)